ประโยชน์จากราสเบอร์รี่ อาหารสุขภาพ ที่ไม่ควรมองข้าม

ประโยชน์จากราสเบอร์รี่ อาหารสุขภาพ ที่ไม่ควรมองข้าม ราสพ์เบอร์รี เป็นชื่อเรียกผลไม้หลายชนิดในสกุลรูบัส (Rubus) ซึ่งเป็นสกุลเดียวกับแบล็กเบอร์รี ส่วนใหญ่อยู่ในสกุลย่อยไอเดโอบาทัส (Idaeobatus) มีต้นกำเนิดมาจากแถบยุโรป ผลราสพ์เบอร์รีสามารถรับประทานได้

ซึ่งมีทั้งรสหวานและเปรี้ยว ผลมีสีแดงขนาดเล็กและยังเป็นผลไม้ทางการค้าที่สำคัญเป็นอย่างในปัจจุบัน สามารถเจริญเติบโตได้อย่างกว้างขวาง อยู่ได้ทุกสภาพภูมิอากาศทั่วโลก แต่นิยมปลูกกันในพื้นที่ที่มีอากาศหนาว อย่างเช่นยุโรปและอเมริกา ลำต้นและตัวต้นก็มีความแข็งแรงมากสามารถขยายพันธุ์ไปได้เรื่อยๆไม่มีขีดจำกัด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มันสามารถงอกลำต้นใหม่จากลำต้นเดิมได้และรากของมันจะเจาะลึกลงไปในดิน ส่วนใบก็สามารถนำไปทำยาได้ การเก็บเกี่ยวนิยมเก็บเกี่ยวในช่วงที่ผลสุกงอมโดยให้ดูจากผลจะมีสีเข้มสด (สีแดง, ม่วง, ดำ) ในช่วงนี้ผลจะมีความหวานมากจึงเหมาะสำหรับนำไปรับประทานหรือนำไปทำแยมผลไม้และเหมาะที่จะนำไปทำอาหารอย่างอื่นทั้งของคาวและของหวาน

ในภาษาท้องถิ่นของไทยเรียกว่า หนามไข่ปู ในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์บนพื้นที่ภูเขาสูง อาทิ ดอยภูคา จังหวัดน่าน, ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่, ภูกระดึง จังหวัดเลย

ประโยชน์ของเจ้าราสพ์เบอร์รี่กันคะ

1. ผลไม้ราสเบอรี่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำ และยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย
2. ราสเบอรี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
3. ช่วยต่อต้านมะเร็ง เพราะอุดมไปด้วยกรดเอลลาจิก (Ellagic acid) ซึ่งในทางการแพทย์ได้รับการยอมรับว่ามันมีฤทธิ์แรงที่สุดในการช่วยป้องกันมะเร็ง โดยพบว่ากรดชนิดนี้สามารถช่วยจับสารพิษที่เป็นสารก่อมะร็งไม่ให้จับกับดีเอ็นเอ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ และยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลาม ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดภาวะตายตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ เหมือนการใช้ยาเคมีบำบัด
4. สรรพคุณราสเบอรี่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม
5. ราสเบอร์รี่ ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังมีวิตามินเอ วิตามินอี ที่ช่วยในการชะลอการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณ และช่วยสมานผิวหรือแผลต่างๆ ให้หายเร็วขึ้น
6. ราสเบอร์รี่ประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญอย่างแมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ทองแดง และธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยควบคุมอัตราการเต้นหัวใจและช่วยควบคุมความดันโลหิต และช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง
7. ราสเบอร์รี่อุมไปด้วยวิตามินบีรวม วิตามินเค และวิตามินอื่นๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายเผลาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน
8. ราสเบอร์รี่ลดอ้วนผลไม้ราสเบอร์รี่มีน้ำตาลต่ำ จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้
9. สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
10. ราสเบอร์รี่มีสารอาหารที่เอื้อต่อการมีบุตรทั้งเพศชายและเพศหญิง
11. ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสเปิร์มได้ถึง 20% (สาเหตุอาจมาจากภาวะความเครียด) ซึ่งมากกว่าผู้ชายที่ไม่ได้บริโภคผลไม้ราสเบอร์รี่
12. ช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนเพศได้เป็นอย่างดี
13. ช่วยลดโอกาสการแท้งบุตรในเพศหญิง เพราะราสเบอร์รี่มีโฟเลต ที่เป็นตัวช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับตัวอ่อนระหว่างการตั้งครรภ์
14. ราสเบอร์รี่ สรรพคุณของใบสามารถนำมาใช้ทำเป็นยาได้
15. ราสเบอรี่สดใช้รับประทานเป็นผลไม้ หรือนำไปทำอาหารอย่างอื่นได้ทั้งอาหารคาวและหวาน
16. ราสเบอร์รี่ สามารถนำมาแปรรูปทำเป็นน้ำราสเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ปั่น เค้กราสเบอร์รี่ แยมราสเบอร์รี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้แต่งกลิ่นสีในขนมหวานอย่างหลากหลาย ฯลฯ

ราสพ์เบอรีมีกรดเอลลาจิกสูงสุดถึง 1,500 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักแห้ง 1 กรัม เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารธรรมชาติถึง 46 ชนิด รองลงมาคือสตรอเบอรี 639 ไมโครกรัม นอกจากนี้ยังมีแทนนิน ฟลาโวนอยด์ส เพคติน กรดซิตริก กรดมาลิก น้ำตาลผลไม้ วิตามินซี และเกลือแร่หลายชนิดโดยเฉพาะธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และแคลเซียม นอกจากราสพ์เบอรีจะมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยใช้รับประทานผลสดแบบผลไม้ทั่วไปแล้ว เป้าหมายหลักก็เพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการแปรรูปเหมือนกับไม้ผลขนาดเล็กอื่นๆ อย่างเช่นสตรอเบอรี บลูเบอรี และกีวีฟรุต เป็นต้น ซึ่งจะพบว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ผลขนาดเล็กเหล่านี้มากมายปีละหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในรูปของแยมทาขนมปัง เครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้หรือแอลกอฮอล์ ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพประเภทนมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้สีและกลิ่นในขนมหวานหลากหลายชนิดที่วางจำหน่ายในปัจจุบันนั่นเอง

ราสพ์เบอรีพันธุ์ที่นำเข้ามาปลูกทดสอบในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวงมีการเจริญเติบโตที่ดีพอสมควรครับ คุณภาพผลผลิตอยู่ในขั้นที่ดีและมีน้ำหนักเฉลี่ย 348 กรัมต่อ 100 ผล

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ได้ทางมูลนิธิโครงการหลวงได้มีการจัดส่งผลราสพ์เบอรีไปจำหน่ายในลักษณะผลสดโดยผ่านฝ่ายตลาดเป็นการทดสอบผู้บริโภคในราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท คาดว่าเป็นไม้ผลขนาดเล็กที่มีศักยภาพและส่งเสริมผลิตเป็นการค้าภายในประเทศต่อไปได้นั่นเองครับ

การปลูกราสพ์เบอรีมักพบโรคที่ทำให้ผลผลิตเสียหายได้แก่ Virus, Spur blight, Cane spot, Cane blight, Grey Mould, Iron deficiency ฉะนั้นนะครับ เราจึงจำเป็นต้องใช้ต้นแม่พันธุ์ในการปลูกครั้งแรกที่มีความแข็งแรง โดยพบว่าอาจสามารถอยู่ให้ผลผลิตได้ถึง 12 ปี ถ้าหากใช้ต้นแม่พันธุ์ที่ปลอดโรคไวรัส

ใช้ราสพ์เบอรีพันธุ์ Amity ในการทดลองวิจัย เปรียบเทียบวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโดยใช้ส่วนที่ตัดจาก Meristem และส่วนที่ใช้ตาข้างและยอดเลี้ยงโดยไม่ตัด Meristem คุณผู้ฟังครับทราบไหมครับว่า Meristem นั้นหมายถึง เนื้อเยื่อเจริญ คือเนื้อเยื่อในพืชที่ประกอบไปด้วยเซลล์ที่ยังไม่ผ่านการเปลี่ยนสภาพ (เซลล์ที่สามารถแบ่งตัวได้) ซึ่งมักพบในตำแหน่งที่พืชมีการเจริญเติบโต โดยปกติแล้วเซลล์พืชที่ทำการแบ่งตัวแล้วจะไม่สามารถแบ่งตัวออกมาได้อีก เนื้อเยื่อเจริญจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์เนื่องจากประกอบไปด้วยเซลล์ใหม่ที่จะถูกนำไปขยายเนื้อเยื่อและนำไปสู่สร้างอวัยวะใหม่ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับต้นพืช

Close Menu